เตรียมปรับ ค่าแรงขั้นต่ำ 2565 ฝันที่เป็นจริง หรือ แค่ฝันไป

ค่าแรงขั้นต่ำ

ค่าแรงขั้นต่ำ จากกรณีที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้มีการยื่นข้อเสนอให้แก่รัฐบาลประกาศปรับค่าจ้าง ค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 492 บาทให้เท่ากันทั้งประเทศ ควบคู่ไปกับการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงเกินไป และการสร้างหลักประกันเป็นธรรมแก่คนทำงาน แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ 

ทำให้กระทรวงแรงงาน ได้พิจารณาเตรียมปรับ ค่าแรงขั้นต่ำ 2565 ซึ่งได้ยืนยันว่า จะมีการปรับขึ้นอย่างแน่นอน หวังว่าช่วยลดภาระของประชาชน แต่ตัวเลขจะเป็น 492 บาท ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเสนอหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่จะเร่งให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องการปรับอัตราจ้างขั้นต่ำให้เท่ากันทั้งประเทศ ทางการกระทรวงแรงงาน จะพยายามไปหาแนวทางให้ แล้วจะมีการสั่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการเรื่องโครงสร้างค่าจ้าง และจะได้เลิกถกเถียงเรื่องอัตราจ้างขั้นต่ำ ซึ่งอัตราจ้างงขั้นต่ำเป็นค่าจ้างแรกเข้า จากนั้นจะปรับขึ้นโดยอัตโนมัติทุกปี

สำหรับการเบิกจ่ายเงินลาคลอดบุตรที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเพิ่มขึ้นจาก 90 วัน เป็น 98 วันนั้น โดยเบื้องต้นได้ลงนามในการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมแล้ว และส่งให้ ครม. พิจารณาและจะเสนอต่อรัฐสภาเพื่อประกาศบังคับใช้ต่อไป โดยสาระ คือ สำนักงานประกันสังคมจ่าย 4 วัน นายจ้างจะจ่าย 4 วัน ส่วนเรื่องการให้สามีสามารถลาช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วันนั้น ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอเวลาไปศึกษาก่อนในระหว่างที่รอข้อสรุปในเรื่องนี้ วันนั้นเราจะพาทุกคนย้อนไปดูอัตราค่าจ้างขั้นต่ำช่วง 10 ปีที่ผ่านมากัน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง ซึ่งพบว่า มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเพียง 13-36 บาท/วัน เท่านั้น

 

ค่าแรงขั้นต่ำ

 

ย้อนอดีต ค่าแรงขั้นต่ำ ก่อนจะมาเป็นแบบปัจจุบัน

เริ่มกันที่ ค่าแรงขั้นต่ำ เราย้อนไปปีพ.ศ. 2555 รัฐบาลของนายกหญิงคนแรกของประเทศไทยอย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 159-221 บาทต่อวัน ให้เป็น 222-300 บาท/วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุด 300 บาท/วัน ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต รวมทั้งหมด 7 จังหวัด

จากนั้นในปี พ.ศ. 2556 ทางรัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งใน 70 จังหวัด ทำให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากัน อยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ซึ่งถือเป็นการทำตามนโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้อีกด้วย แต่หลังจากปี พ.ศ. 2556 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำก็ไม่มีท่าทีขยับขึ้นอีกหลายปี จนกระทั่งปี 2560

ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการประกาศขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำ จาก 300 บาทต่อวัน เป็น 300-310 บาทต่อวัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุด 310 บาทต่อวัน มีด้วยกันทั้งหมด 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต

และต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ทางรัฐบาลได้มีการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งจากเดิม 300-310 บาทต่อวัน เป็น 308-330 บาทวันวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย. 2561 โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุด 330 บาทต่อวัน มีด้วยกัน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะได้ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 325 บาทต่อวัน

จากนั้น หลังการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากเดิมอยู่ที่ 308-330 บาทต่อวัน ให้กลายเป็น 313-336 บาทต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยจังหวัดที่ได้ค่าแรงสูงสุด 336 บาทต่อวัน ก็ยังคงเป็นจังหวัดเดิมๆ ได้แก่ ชลบุรี และภูเก็ต ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 331 บาทต่อวัน

ซึ่งในปัจจุบันปี พ.ศ. 2565 ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้ว 2 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น ทำให้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตรา ค่าแรงขั้นต่ำ ของแรงงานไทยจึงเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 13-36 บาทต่อวันเท่านั้น

ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาชี้แจงในการประชุมสภา วาระการอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือ เสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติในปัญหาเรื่องค่าแรงถูกว่า ต้องยอมรับว่า การพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะต้องฟังความคิดเห็นจากไตรภาคี ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และส่วนราชการ ซึ่งจากผลการประชุมปีพ.ศ. 2564  ในส่วนราชการและนายจ้าง มีความเห็นตรงกันว่า ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิม ในขณะที่ลูกจ้าง มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ภายหลังไตรภาคีได้มีมติคงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้เหมือนเดิม ทั้งโครงการ ม.33 เรารักกัน เงินเยียวยาจากล็อคดาวน์ทั้ง 29 จังหวัด ใน 9 ประเภทกิจการ ลดเงินสมทบประกันสังคม โดยสามารถลดค่าครองชีพผู้ประกันตน โดยเฉลี่ย 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน

 

สรุป

อย่างไรก็ดี เมื่อย้อนกลับไปในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการหาเสียงเอาไว้กับประชาชนว่า หากพรรคของตนชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาล จะมีการเพิ่มอัตรา ค่าแรงขั้นต่ำ ให้เป็น 400-425 บาทต่อวัน แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ทำตามสัญญา แต่ก็ต้องดูต่อไปว่า จำทำให้ความฝันของเหล่าลูกจ้างเป็นจริงได้หรือไม่ หรือ จะแค่เป็นเพียงแค่ความฝันอยู่อย่างเดิม